www.Stats.in.th
You are here: หน้าแรก ทิศ ๖

ยันคุ้มดวง
ยันต์คู่สมพงศ์

พระจันทร์วันนี้

แบบสำรวจความคิดเห็น

สิ่งใดที่คุณอยากทราบจากการดูดวงมากที่สุด
 
ทิศ ๖

ทิศ ๖,ด้านหรือทางทั้ง ๖
บุคคลประเภทต่าง ๆ ที่เราต้องเกี่ยวข้องสัมพันธ์ทางสังคมดุจทิศที่อยู่รอบตัว

๑. ปุรัตถิมทิศ (ทิศเบื้องหน้า คือ ทิศตะวันออก ได้แก่ มารดาบิดา เพราะเป็นผู้มีอุปการะแก่เรามาก่อน
     ก. บุตรธิดาพึงบำรุงมารดาบิดา ผู้เป็นทิศเบื้องหน้า ดังนี้
         ๑) ท่านเลี้ยงเรามาแล้ว เลี้ยงท่านตอบ
         ๒) ช่วยทำการงานของท่าน
         ๓) ดำรงวงศ์สกุล
         ๔) ประพฤติตนให้เหมาะสมกับความเป็นทายาท
         ๕) เมื่อท่านล่วงลับไปแล้ว ทำบุญอุทิศให้ท่าน
     ข. บิดามารดาย่อมอนุเคราะห์บุตรธิดา ดังนี้
         ๑) ห้ามปรามจากความชั่ว
         ๒) ให้ตั้งอยู่ในความดี
         ๓) ให้ศึกษาศิลปวิทยา
         ๔) หาคู่ครองที่สมควรให้
         ๕) มอบทรัพย์สมบัติให้ในโอกาสอันสมควร

๒. ทักษิณทิศ (ทิศเบื้องขวา คือ ทิศใต้ ได้แก่ ครูอาจารย์ เพราะเป็นทักขิไณยบุคคลควรแก่การบูชาคุณ
      ก. ศิษย์พึงบำรุงครูอาจารย์  ผู้เป็นทิศเบื้องขวา ดังนี้
         ๑) ลุกต้อนรับ
         ๒) เข้าไปหา (เพื่อบำรุง คอยรับใช้  ปรึกษา ซักถาม และรับคำแนะนำ เป็นต้น)
         ๓) ใฝ่ใจเรียน (คือ มีใจรัก เรียนด้วยศรัทธา และรู้จักฟังให้เกิดปัญญา)
         ๔) ปรนนิบัติ  ช่วยบริการ
         ๕) เรียนศิลปวิทยาโดยเคารพ (คือ เอาจริงเอาจัง ถือเป็นกิจสำคัญ)
      ข. ครูอาจารย์ย่อมอนุเคราะห์ศิษย์ ดังนี้
         ๑) ฝึกฝนแนะนำให้เป็นคนดี
         ๒) สอนให้เข้าใจแจ่มแจ้ง
         ๓) สอนศิลปวิทยาให้สิ้นเชิง
         ๔) ยกย่องให้ปรากฏในหมู่คณะ
         ๕) สร้างเครื่องคุ้มภัยในสารทิศ (สอนฝึกให้รู้จักเลี้ยงตัวรักษาตนในอันที่จะดำเนินชีวิตต่อไปด้วยดี)

 ๓.  ปัจฉิมทิศ  (ทิศเบี้องหลัง คือ ทิศตะวันตก ได้แก่ บุตรภรรยา เพราะติดตามเป็นกำลังสนับสนุนอยู่ข้างหลัง
      ก. สามีพึงบำรุงภรรยา ผู้เป็นทิศเบื้องหลัง ดังนี้
         ๑) ยกย่องให้เกียรติสมกับฐานะที่เป็นภรรยา
         ๒) ไม่ดูหมิ่น
         ๓) ไม่นอกใจ
         ๔) มอบความเป็นใหญ่ในงานบ้านให้
         ๕) หาเครื่องประดับมาให้เป็นของขวัญตามโอกาส
      ข. ภรรยาย่อมอนุเคราะห์สามี ดังนี้
         ๑) จัดงานบ้านให้เรียบร้อย
         ๒) สงเคราะห์ญาติมิตรทั้งสองฝ่ายด้วยดี
         ๓) ไม่นอกใจ
         ๔) รักษาทรัพย์สมบัติที่หามาได้
         ๕) ขยันไม่เกียจคร้านในงานทั้งปวง

๔.  อุตตรทิศ  (ทิศเบื้องซ้าย คือ ทิศเหนือ ได้แก่ มิตรสหาย เพราะเป็นผู้ช่วยให้ข้ามพ้นอุปสรรคภัยอันตราย และเป็นกำลังสนับสนุนให้บรรลุความสำเร็จ
      ก. บุคคลพึงบำรุงมิตรสหาย ผู้เป็นทิศเบื้องซ้าย ดังนี้
         ๑) เผื่อแผ่แบ่งปัน
         ๒) พูดจามีน้ำใจ
         ๓) ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน
         ๔) มีตนเสมอ ร่วมสุขร่วมทุกข์กัน
         ๕) ซื่อสัตย์จริงใจต่อกัน
      ข. มิตรสหายย่อมอนุเคราะห์ตอบ ดังนี้
         ๑) เมื่อเพื่อนประมาท ช่วยรักษาป้องกัน
         ๒) เมื่อเพื่อนประมาท ช่วยรักษาทรัพย์สมบัติของเพื่อน
         ๓) ในคราวมีภัย เป็นที่พึ่งได้
         ๔) ไม่ละทิ้งในยามทุกข์ยาก
         ๕) นับถือตลอดถึงวงศ์ญาติของมิตร

๕. เหฏฐิมทิศ (ทิศเบื้องล่าง ได้แก่ คนรับใช้และคนงาน เพราะเป็นผู้ช่วยทำการงานต่างๆ เป็นฐานกำลังให้)
      ก. นายพึงบำรุงคนรับใช้และคนงาน ผู้เป็นทิศเบื้องล่าง ดังนี้
         ๑) จัดการงานให้ทำตามความเหมาะสมกับกำลังความสามารถ
         ๒) ให้ค่าจ้างรางวัลสมควรแก่งานและความเป็นอยู่
         ๓) จัดสวัสดิการดี มีช่วยรักษาพยาบาลในยามเจ็บไข้ เป็นต้น
         ๔) ได้ของแปลก ๆ  พิเศษมา ก็แบ่งปันให้
         ๕) ให้มีวันหยุดและพักผ่อนหย่อนใจตามโอกาสอันควร
      ข. คนรับใช้และคนงานย่อมอนุเคราะห์นาย ดังนี้
         ๑) เริ่มทำการงานก่อนนาย
         ๒) เลิกงานทีหลังนาย
         ๓) ถือเอาแต่ของที่นายให้
         ๔) ทำการงานให้เรียบร้อยและดียิ่งขี้น
         ๕) นำเกียรติคุณของนายไปเผยแพร่

๖. อุปริมทิศ  (ทิศเบื้องบน ได้แก่ สมณพราหมณ์ คือ พระสงฆ์ เพราะเป็นผู้สูงด้วยคุณธรรม และเป็นผู้นำทางจิตใจ)
      ก. คฤหัสถ์ย่อมบำรุงพระสงฆ์ ผู้เป็นทิศเบื้องบน ดังนี้
         ๑) จะทำสิ่งใด ก็ทำด้วยเมตตา
         ๒) จะพูดสิ่งใด ก็พูดด้วยเมตตา
         ๓) จะคิดสิ่งใด ก็คิดด้วยเมตตา
         ๔) ต้อนรับด้วยความเต็มใจ
         ๕) อุปถัมภ์ด้วยปัจจัย ๔
      ข. พระสงฆ์ย่อมอนุเคราะห์คฤหัสถ์ ดังนี้
         ๑) ห้ามปรามจากความชั่ว
         ๒) ให้ตั้งอยู่ในความดี
         ๓) อนุเคราะห์ด้วยความปรารถนาดี
         ๔) ให้ได้ฟังสิ่งที่ยังไม่เคยฟัง
         ๕) ทำสิ่งที่เคยฟังแล้วให้แจ่มแจ้ง       
         ๖) บอกทางสวรรค์  คือทางชีวิตที่มีความสุขความเจริญให้ผู้ปฏิบัติดังกล่าวนี้ชื่อว่า  ปกปักรักษาทั่วทุกทิศให้เป็น
แดนเกษมสุขปลอดภัย.

#ที.ปา.๑๑/๑๙๘-๒๐๔/๒๐๒-๒๐๖

 

  รายการพยากรณ
ค่าครู
 
ตั้งชื่อ เปลี่ยนชื่อ ตั้งนามสกุล
299
วางฤกษ์สำหรับงานมงคล
299
พยากรณ์ูดวงชะตาบุคคล โหราศาสตร์ไทย
299
พยากรณ์ดวงคู่สมพงษ์
299
พยากรณ์วิบากกรรม สำหรับผู้ล่วงลับ
299
คำนวณศุภโชคเกณฑ์
299
ยันต์พระพุทธมหาบารมีคุ้มดวง
299
ยันต์พระพุทธมหาบารมีคุ้มดวงคู่สมพงศ์
299
ยันต์พระพุทธมหาบารมีคุ้มดวง

ยันต์พระพุทธมหาบารมีคุ้มดวง



รายละเอียด
     ยันต์พระพุทธมหาบารมีคุ้มดวง คือ ยันต์ที่ออกแบบพิเศษเพื่อใช้ผูกดวงเฉพาะบุคคล กำกับด้วยอักขระเลขยันต์มงคล เพื่อความเป็นสิริมงคลสูงสุดของเจ้าชะตา การผูกยันต์จะใช้ข้อมูล วันเ ดือน ปี เกิด และเวลาตกฟากของเจ้าชะตาแต่ละท่าน ดังนั้นรูปแบบยันต์จึงแตกต่างไม่เหมือนกัน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับบูชาเพื่อ
- เสริมความเป็นสิริมงคลสำหรับดวงชะตาในทุกๆด้าน ให้บูชาบนโต๊ะหมู่ หรือแขวนใต้หิ้งพระ
- เสริมดวงเฉพาะด้านการงาน การเงิน บูชาบนโต๊ะทำงาน แขวนผนังสถานประกอบการต่างๆ ให้ลูกค้าและผู้มาติดต่อได้มองเห็น

ยันต์พระพุทธมหาบารมีคุ้มดวงคู่สมพงษ์

ยันต์พระพุทธมหาบารมีคุ้มดวงคู่สมพงศ์



รายละเอียด

     ยันต์พระพุทธมหาบารมีคุ้มดวงคู่สมพงศ์ คือ ยันต์ที่ออกแบบพิเศษเพื่อใช้ผูกดวงคู่ครองคนรัก กำกับด้วยอักขระเลขยันต์มงคล เพื่อความเป็นสิริมงคลสูงสุดของคู่รัก การผูกยันต์จะใช้ข้อมูล วันเ ดือน ปี เกิด และเวลาตกฟากของคู่รักแต่ละท่าน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับบูชาเพื่อ
- เสริมความเป็นสิริมงคลสำหรับดวงชะตาในการครองรัก ครองเรือน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคู่รักแต่งงานใหม่ใช้เป็นยันต์ตั้งโต๊ะสำหรับพิธีหมั้น พิธีมงคลสมรส พิธีจัดเลี้ยง และพิธีส่งตัวเข้าหอ
- เสริมความเป็นสิริมงคลสำหรับดวงชะตาในการครองรัก ครองเรือน สำหรับท่านที่อยู่กินกันแล้ว เกิดปัญหาครอบครัว และต้องการผูกใจคนรักคู่ครอง
- เสริมความเป็นสิริมงคลสำหรับดวงชะตาในการครองรัก ครองเรือน สำหรับท่านที่อยู่กินกันแล้ว ชีวิตความรักสดใสราบรื่น และต้องการเสริมดวงความรักคู่สมพงศ์ให้สมัครสมานกลมเกลียว เป็นหนึ่งเดียวต่อกัน

 
ตัวอย่างยันต์พระพุทธมหาบารมีคุ้มดวงคู่สมพงศ์ เพื่อการประกอบพิธีมงคลสมรส
ศุภโชคเกณฑ์

ศุภโชคเกณฑ์

     ศุภโชคเกณฑ์ คือเกณฑ์การได้โชคลาภเฉพาะบุคคล โดยอาศัยการคำนวณตามดวงกำเนิด ของเจ้าชะตาแต่ละท่าน ผลลัพพ์ที่ได้จะเป็นช่วงเวลาที่บ่งบอกว่าในแต่ละเดือนมีช่วงวัน เวลาใดบ้าง ที่เจ้าชะตามีเกณฑ์ที่จะได้โชคลาภ
     คำว่าโชคลาภไม่ได้หมายถึงเรื่องของทรัพย์สินเงินทองเพียงอย่างเดียว แต่ยังหมายถึงการได้มาซึ่งวัตถุสิ่งของ ยศตำแหน่ง คู่ครอง การทวงหนี้ สิ่งดีๆอื่นๆที่ได้มาแบบไม่คาดฝัน หรือผลสำเร็จตามที่มุ่งหวังตั้งใจไว้ รวมทั้งผลที่ได้จากการเสี่ยงโชคด้วยวิธีการต่างๆ ด้วย
     ดังนั้นการได้ล่วงรู้ศุภโชคเกณฑ์เฉพาะของแต่ละบุคคลดังกล่าว จึงเสมือนหนึ่งการได้ล่วงรู้จังหวะในการดำเนินชีวิต เพื่อให้เกิดลาภผลอันสูงสุดจากความมุ่งหวังสมดั่งที่ใจปรารถนา โดยเฉพาะท่านนักเสี่ยงโชคสามารถใช้ศุภโชคเกณฑ์นี้เพื่อการเสี่ยงโชคได้อย่างดีเยี่ยม

การคำนวณศุภโชคเกณฑ์ จะคำนวณโดยอาศัยข้อมูลดังนี้
- วัน เดือน ปี เกิด
- เวลาตกฟาก
- จังหวัดที่เกิด

โดยจะคำนวณให้เจ้าชะตาแต่ละท่านเป็นระยะเวลา 12 เดือน นับจากวันที่แจ้งความประสงค์

แผนที่้กรรม
การแก้กรรม
นิยามรัก

ติดต่ออาจารย์

เข้าสู่ระบบ

   

สถิติสมาชิก

  • [Baidu]
  • [Bot]
  • [Google]
กำลังออนไลน์:
  • 3 guests
  • 3 robots
สมาชิกล่าสุด:
  • น.ส. กัญนิภัทธิ์ นิธิไรวินทร์
  • Hibbioxia
จำนวนสมาชิก: 559
Secured by Siteground Web Hosting